คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6134/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจะอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ได้นั้น นอกจากผู้ขอจะต้องเป็นคนยากจนแล้ว คดีของผู้นั้นจะต้องมีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ด้วย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ด้วยเหตุคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมและคดีจำเลยไม่มีเหตุผลอัน สมควรที่จะอุทธรณ์ จำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนด 7 วัน จำเลยย่อมหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้ายข้อที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์จึงเป็นอันยุติ ดังนั้นแม้ศาลจะอนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติม และฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม ศาลก็จะอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาไม่ได้เพราะการที่จะอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ได้นั้น คดีของจำเลยจะต้องมีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ด้วย การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอใหม่เพื่ออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลย เป็นคนยากจน แล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง และจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น จะถือว่าเป็นการอุทธรณ์คำสั่งในประเด็นที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์อยู่ในตัวหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า คดีรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม และคดีของจำเลยไม่มีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ถ้าจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน ๗ วัน นับแต่วันมีคำสั่ง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอใหม่ เพื่อให้ศาลอนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงว่าจำเลยเป็นคนยากจน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะดำเนินในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ก็ให้นำค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาด้วยเหตุคดีฟังไม่ได้ว่า จำเลยเป็นคนยากจน ไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมประการหนึ่ง และคดีจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์อีกประการหนึ่งจำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนด ๗ วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง จำเลยย่อมหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๕๖ วรรคท้ายข้อที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์จึงเป็นอันยุติดังนั้น แม้ศาลจะอนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมและฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมก็ตาม ศาลก็จะอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาไม่ได้ เพราะการที่จะอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ได้นั้น คดีของจำเลยจะต้องมีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ด้วย ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๕ วรรคหนึ่ง การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอใหม่ เพื่ออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลยเป็นคนยากจน แล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องและจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้มีการพิจารณาคำขอใหม่นั้น จะถือว่าเป็นการอุทธรณ์คำสั่งในประเด็นที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์อยู่ในตัวหาได้ไม่ ฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ขอให้พิจารณาคำขอใหม่ฟังไม่ขึ้น
พิพากษาให้ยกฎีกาคำสั่งของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ก็ให้นำค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันทราบคำพิพากษานี้.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6134/2533
กองทัพอากาศ โจทก์
บริษัทไทยอามาเม้นส์ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กองทัพอากาศ · จำเลย - บริษัทไทยอามาเม้นส์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิน อักขรายุธ · สวิน อักขรายุธ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวิชัย ตันติกุลานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นางดวงมาลย์ ศิลปอาชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา