⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 2401/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2401/2522

ป.อาญา ม.278

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งต่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ต้องเป็นการกระทำที่ล่วงละเมิดทางเพศโดยตรง ไม่ใช่การกระทำที่จำเป็นเพื่อควบคุมบุคคลไม่ให้หลบหนี.

ย่อคำพิพากษา

ยึดแขนหญิงและนั่งเบียดหญิงในรถ ระหว่างพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร เป็นการกระทำปกติธรรมดาในการควบคุมมิให้หนี ไม่มีลักษณะเป็นการทำอนาจารตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา278

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.278

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารและทำอนาจาร จำคุก 10 ปี จำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปี 10 เดือน 15 วัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284, 278, 46, 76, 78 จำเลยที่ 3 จำคุก 4 ปี8 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284, 278, 335, 78, 86 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ จำคุกจำเลยที่ 1 1 ปี 10 เดือน 15 วัน จำเลยที่ 2 จำคุก 8 เดือนตามมาตรา 284, 75, 78 จำเลยที่ 3 จำคุก 1 ปี 9 เดือน 10 วัน ตาม มาตรา 284,335, 76, 78 ยกข้อหาจำเลยที่ 2, 3 ฐานทำอนาจาร โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่โจทก์กล่าวมาในฎีกาว่า ในระหว่างทางที่จำเลยทั้งสามกับพวกหลบหนี (คงหมายถึงในขณะจำเลยทั้งสามกับพวกพาผู้เสียหายไป) จำเลยกับพวกได้เปลี่ยนกันเข้ายึดแขนผู้เสียหาย และในระหว่างควบคุมตัวผู้เสียหายไปบนรถ จำเลยกับพวกได้พยายามนั่งเบียดผู้เสียหายมาตลอดทาง แสดงว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 มีเจตนากระทำอนาจารผู้เสียหายนั้นเห็นว่าการกระทำต่าง ๆ ดังที่โจทก์กล่าวมาเป็นเพียงการกระทำตามปกติธรรมดาในการควบคุมผู้เสียหายมิให้หลบหนีเท่านั้นเอง หามีลักษณะเป็นการกระทำอนาจารผู้เสียหายไม่ ดังปรากฏในคำเบิกความของผู้เสียหายว่าระหว่างเดินทางไม่มีผู้ใดลวนลามผู้เสียหายเลย คงมีแต่จำเลยที่ 1 คนเดียวเท่านั้นที่แสดงความรักและลวนลามผู้เสียหาย จึงฟังว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้กระทำอนาจารผู้เสียหายในขณะพากันเดินทางไม่ได้ ที่โจทก์กล่าวว่าการที่จำเลยที่ 2 ที่ 3คอยอยู่นอกห้องที่จำเลยที่ 1 อยู่ตามลำพังกับผู้เสียหายเป็นการอยู่ในลักษณะคุมเชิงมิให้ผู้เสียหายหลบหนี เป็นการแสดงว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 มีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดเช่นนั้นด้วย เห็นว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2ที่ 3 ได้กระทำการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1ในการทำอนาจารผู้เสียหายแต่ประการใด จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงไม่มีความผิดในการที่จำเลยที่ 1 กระทำอนาจารผู้เสียหายในตอนนี้เช่นกัน คดีจึงลงโทษจำเลยที่ 2ที่ 3 ในข้อหานี้ไม่ได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2401/2522 อัยการสิงห์บุรี โจทก์ พล ฯ สมหมาย หรือแกะ ปู่เนียนน้อย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการสิงห์บุรี · จำเลย - พล ฯ สมหมาย หรือแกะ ปู่เนียนน้อย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2084/2531ฎีกา 444/2537ฎีกา 2740/2523ฎีกา 893/2563ฎีกา 250/2510ฎีกา 667/2521ฎีกา 2049/2529ฎีกา 2566/2530ฎีกา 501/2503ฎีกา 1543/2547ฎีกา 2879/2516ฎีกา 7986/2540ฎีกา 7290/2558ฎีกา 4593/2553ฎีกา 1075/2480ฎีกา 3228/2563ฎีกา 11065/2554ฎีกา 6816/2554ฎีกา 3285/2562ฎีกา 926/2503ฎีกา 4683/2562ฎีกา 1685/2516ฎีกา 932/2529ฎีกา 2453/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา