⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 833/2561

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2561

ป.อาญา ม.3, 29, 78 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้หรืออ้างเอกสารปลอมเป็นความผิดสำเร็จเมื่อได้ยื่นเอกสารนั้นต่อเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รับเรื่องแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอม เป็นความผิดสำเร็จเมื่อยื่นเอกสารต่อเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ รับเรื่อง ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นเอกสารราชการปลอมตามฟ้องต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ตรวจเอกสารเพื่อยื่นซองประกวดราคาจึงเป็นความผิดสำเร็จแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.252 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 ม.4

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.252 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 91, 264, 265, 268 จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265, 83, 84 จำเลยทั้งสี่เป็นผู้ปลอมเอกสารราชการที่นำไปใช้ ให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอมแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง ให้ปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 คนละ 3 ปี จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 5,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 คนละ 1 ปี 6 เดือน หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265, 84 ให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอมแต่บทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง และจำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ฐานปลอมเอกสารราชการแต่เพียงบทเดียว ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 คนละ 2 ปี ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว คงปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 5,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 คนละ 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้รู้เห็นเกี่ยวกับการปลอมเอกสารราชการและไม่ทราบว่ามีการนำเอกสารราชการปลอมดังกล่าวไปใช้ในการยื่นซองประกวดราคาตามฟ้อง รวมถึงคุณสมบัติของแผ่นยางของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 มีมาตรฐานสูงกว่าที่ผู้เสียหายที่ 2 กำหนด จึงไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหาย ทำนองว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น เห็นว่า คดีนี้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามคำฟ้องของโจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 เพิ่งยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นในชั้นฎีกา จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ที่แก้ไขใหม่ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 เพียงเตรียมเอกสารราชการตามฟ้องเพื่อจะยื่นซองประกวดราคา และยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจเอกสารของเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร จึงยังไม่ถือว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ใช้หรืออ้างเอกสารราชการปลอมอันจะครบองค์ประกอบความผิดเป็นความผิดสำเร็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 เห็นว่า ความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอมเป็นความผิดสำเร็จเมื่อยื่นเอกสารต่อเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รับเรื่อง ดังนั้นการที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นเอกสารราชการปลอมตามฟ้องต่อเจ้าหน้าที่มีผู้มีหน้าที่ตรวจเอกสารเพื่อยื่นซองประกวดราคาจึงเป็นความผิดสำเร็จแล้ว ส่วนที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกให้นั้น เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ใช้หรือจ้างวานจำเลยที่ 4 ให้ปลอมเอกสารรายงานการทดสอบแผ่นยางอันเป็นเอกสารราชการ แล้วจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นำไปใช้อ้างเป็นหลักฐานประกอบการยื่นซองประกวดราคาตามโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลกลางแจ้งของผู้เสียหายที่ 2 ว่าแผ่นยางของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 มีคุณสมบัติตรงตามที่ผู้เสียหายที่ 2 กำหนด เป็นการกระทำที่มุ่งแต่เพื่อประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของทางราชการที่จะได้รับ พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อ้างว่า รู้สึกสำนึกในการกระทำความผิดแล้ว ไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน มีภาระทางครอบครัว หรือมีเหตุอื่นดังที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ยกขึ้นอ้างในฎีกา ก็มิใช่เป็นเหตุผลเพียงพอจะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 คนละ 2 ปี ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษจำคุกนั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์ของคดีแล้ว ศาลฎีกาไม่มีเหตุจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ภายหลังศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษา ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 มาตรา 4 ให้ยกเลิกอัตราโทษในมาตรา 265 และใช้อัตราโทษใหม่แทน แต่โทษที่บัญญัติใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสี่ จึงต้องใช้กฎหมายเดิมซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2561 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ บริษัทไนโช จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · จำเลย - บริษัทไนโช จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยรัตน์ ศิลาลาย · พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง · ปานนท์ กัจฉปานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยนาท - นางสาวชรินพร ศรีวิไล · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมศักดิ์ ขวัญแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3668/2560

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6296/2545ฎีกา 332/2536ฎีกา 2137/2547ฎีกา 995/2529ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 4180/2548ฎีกา 272/2490ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 3136/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา